Bentley Bentayga เพิ่มทางเลือกของขุมพลังแบบ V8 ราคา 21,500,000 บาท

 

ตลาดกลุ่มเอสยูวีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่เซกเมนท์รถหรู ต่างก็ตบเท้าเข้าร่วมตลาดกลุ่มดังกล่าวกันอย่างคึกคัก ค่ายรถที่ไม่เคยผลิตรถประเภทนี้ ยังต้องคิดใหม่ทำใหม่ พัฒนาสายพันธุ์ลุยประจำค่ายออกมา โดยมีโจทย์สำคัญ คือ การรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของค่ายรถเอาไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

 

หนึ่งในค่ายรถที่เปิดตัวเอสยูวีเป็นรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ นั่นคือ Bentley โดยในงาน Motor Expo 2017 ได้นำ Bentayga เครื่องยนต์บลอคใหญ่สุด แบบเบนซิน W12 ขนาด 6.0 ลิตร กำลังสูงสุด 608 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ถัดมาจึงเปิดตัวอีกหนึ่งทางเลือกของขุมพลัง เป็นแบบดีเซล เทอร์โบ V6 ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 435 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที

 

 

ล่าสุดในงาน Motor Expo 2018 ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ คือ AAS Auto Servive ได้เปิดตัวทางเลือกของขุมพลังในลำดับที่ 3 นั่นคือ Bentley Bentayga V8 เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 550 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที 

 

 

ราคาของ Bentley Bentayga แต่ละรุ่นมีดังนี้

Bentayga W12 : ราคา 22,800,000 บาท

Bentayga Diesel V8 : ราคา 20,500,000 บาท

Bentayga V8 : ราคา 21,500,000 บาท

 

 

จากราคาจะเห็นได้ว่า Bentayga V8 จะวางตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างตัวทอพ W12 และรุ่นดีเซล V8 พร้อมความแตกต่างของสมรรถนะ ขณะที่ห้องโดยสารยังคงเน้นความหรูหราแบบจัดเต็ม สมชื่อชั้นของ Bentley คอนโซลหน้าออกแบบแนวย้อนยุค เน้นความคลาสสิค เบาะนั่งกว้างขวาง ระบบรองรับแบบถุงลม สามารถปรับระดับความสูงของตัวรถได้ เสริมการทรงตัวด้วยระบบ Bentley Dynamic Ride เทคโนโลยีล่าสุดครั้งแรกของโลก ควบคุมเสถียรภาพ การทรงตัวด้วยอิเลกทรอนิค 48 โวลท์ ทำหน้าที่ตรวจจับ และชดเชยแรงกระทำต่อตัวรถในแนวราบเมื่อขับขี่เข้าโค้งเพื่อสร้างความมั่นใจว่าหน้าสัมผัสของยางจะแนบสนิทกับพื้นถนนอย่างเต็มที่

 

 

ระบบความปลอดภัย และช่วยเหลือการขับขี่ ติดตั้งมาเต็มที่ ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) / ระบบ Predictive ACC จะอาศัยข้อมูลจากระบบนำทางผ่านดาวเทียม เซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณ และกล้องจับภาพ เพื่อคาดหมายสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่กำลังขับขี่เข้าใกล้ทางแยก พื้นที่ในเขตเมือง และเส้นทางที่จำกัดความเร็ว ระบบจะรับหน้าที่ปรับเปลี่ยนความเร็วรถยนต์ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร และยังมีระบบ ตรวจจับป้ายสัญญาณจราจรที่แตกต่างกัน พร้อมแสดงข้อมูลมายังผู้ขับขี่ (Traffic Sign Recognition) ระบบ Rear Crossing Traffic Warning ทำงานด้วยเทคโนโลยีเรดาห์ ตรวจสอบ การจราจรในกรณีที่ถอยรถออกจากทางช่องจอดที่อับสายตา การแสดงภาพด้านบนตัวถังแบบ Top View ผ่านระบบการประมวลผลด้วยกล้องถ่ายภาพ 4 ตัว เพื่อถ่ายทอดสภาพแวดล้อมด้านนอกตัวรถมายังผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Park Assist ตรวจจับ และแจ้งเตือนระยะถอยจอดอย่างเหมาะสม (แจ้งข้อมูลทั้งในกรณีถอยเข้าช่องจอด และถอยจอดเทียบข้าง) ก่อนที่ระบบพวงมาลัยอัตโนมัติจะเข้ามา รับหน้าที่ควบคุมทิศทางในการจอดรถขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังมีระบบที่ทันสมัย รวมถึง ระบบ Night Vision ซึ่งทำงานด้วย เทคโนโลยีลำแสง Infrared จำแนกแยกแยะประเภทของสิ่งกีดขวางด้านหน้าอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมี ระบบแสดงผล Head-Up Display ลดการละสายตาของผู้ขับขี่จากเส้นทางตรงหน้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด 

 

 

จัดจำหน่ายโดย : AAS Auto Service 


ภาพที่เกี่ยวข้อง

คำค้นหา


Share:

Related