นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท สื่อสากล จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท สำนักพิมพ์ 4 ล้อ จำกัด, บริษัท คโรม จำกัด, บริษัท มีเดียไลน์ จำกัด, บริษัท อินเตอร์-เอกซ์โป อัลไลแอนศ์ จำกัด และบริษัท พับลิค มีเดีย แอนด์ คอมมิวนิวเคชันส์ จำกัด ซึ่งในที่นี้รวมเรียกว่า (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น โดยนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ใช้กับลูกค้า ตัวแทนผู้ขาย ผู้ขาย ผู้จัดหาสินค้า คู่ค้าทางธุรกิจ คู่สัญญา ผู้ให้บริการ รวมถึงตัวแทนและผู้ที่เข้ามาในสำนักงานของบริษัท ซึ่งในที่นี้รวมเรียกว่า (“ท่าน”, “เจ้าของข้อมูล”) นโยบายนี้ได้กำหนดวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบดังนี้
ข้อ 1. นิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อน และอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น โดยมีหน้าที่ และอำนาจกำกับดูแล ออกหลักเกณฑ์ มาตรการ หรือข้อปฏิบัติอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยในการเก็บรวบรวมนั้นจะทำเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงาน ภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลให้ความยินยอม ทั้งตามแบบเอกสาร หรือทางอีเลคทรอนิคส์ กรณีที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยชัดแจ้งก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นกำหนดไว้
ข้อ 3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการเก็บรวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
• เพื่อจัดหาสินค้าหรือให้บริการแก่ท่าน
• เพื่อปรับปรุงมาตรฐานในการสื่อสารและการบริการของบริษัท และเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการใช้สินค้าหรือบริการของบริษัท
• เพื่อติดต่อท่านในกรณีที่ท่านได้เข้าร่วมแข่งขัน ประกวด การชิงรางวัล หรือทำแบบสำรวจกับบริษัท
• เพื่อตอบหรือทำตามคำร้องขอหรือข้อร้องเรียนของท่าน
• เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการรายงานงบการเงินของบริษัท ที่กำหนดโดยผู้สอบบัญชี และ/หรือหน่วยงานของรัฐ และเพื่อให้ความร่วมมือกับ เจ้าพนักงานที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล และ/หรือ คำสั่งศาลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีหรือการสืบสวนในคดี
• เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องและน่าสนใจสำหรับท่าน ซึ่งรวมถึงการกำหนดทิศทางการทำการตลาดเพื่อประโยชน์ของท่าน
• เพื่อวิเคราะห์การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท (การโต้ตอบสื่อสารกับลูกค้า การขาย จำนวนการนัดหมายลูกค้า หรือการโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้า)
• เพื่อเชิญท่านเข้าร่วมงานหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายที่บริษัทเป็นผู้สนับสนุน เพื่อส่งข้อเสนอ รายการส่งเสริมการขาย หรือข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัท
• เพื่อประสานงานกับหน่วยงานภายในองค์กร เพื่อทำทะเบียนประวัติ และทำการติดต่อท่าน เพื่อดำเนินธุรกิจของทางบริษัท
และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานของบริษัท บริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่จะได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 4. ผลกระทบกรณีไม่ให้คำยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้แจ้งให้ท่านได้ทราบถึงรายละเอียดของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ รวมถึงสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะที่จำเป็นต่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้บริการ ของทางบริษัท เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาจส่งผลทำให้ท่านอาจไม่ได้รับสิทธิตามที่บริษัท ได้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะแต่ที่ได้รับความยินยอมตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท และการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ให้แก่บริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่น เช่น ผู้ประกอบกิจการที่เป็นคู่ค้า หรือผู้ให้บริการกับบริษัท ที่ต้องดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือการร้องขอจากหน่วยงานเอกชน หรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย
ข้อ 6. มาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะกำหนดมาตรการต่างๆ รวมถึงมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่พนักงานของบริษัท และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ และตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล โดยพนักงานของบริษัทต้องปฏิบัติตามนโยบายฯ และแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามนโยบาย และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
ข้อ 7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นในการใช้สิทธิ หรือเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
7.1 ถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้วก่อนหน้า
7.2 ขอเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
7.3 ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง หรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
7.4 ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
7.5 ขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
7.6 ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้
7.7 ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอีเลคทรอนิคส์ตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด ผ่าน “ช่องทางการติดต่อของบริษัท” ด้านล่าง โดยบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้ หรือตามคำสั่งศาลแล้วแต่กรณี
ข้อ 8. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
นอกเหนือจะได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ บริษัทจะเก็บรวบรวม ของท่านตามตารางเวลาที่ระบุระยะเวลาการเก็บรักษาที่เหมาะสมนับจากวันที่บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรวบรวมแล้วบริษัทมีระบบในการลบ และตรวจสอบการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่พ้นระยะเวลาเก็บรวบรวมไว้อย่างเหมาะสม
ข้อ 9. การทบทวนและเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทำการปรับปรุง หรือแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจน ก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 10. ช่องทางการติดต่อบริษัท
กรณีต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือใช้สิทธิในอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สื่อสากล จำกัด (สำนักงานใหญ่) เลขที่ 587/1 ซอยรามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2055-8444 โทรสาร 0-2055-8400

ทั้งนี้ ให้นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

บริษัท สื่อสากล จำกัด

Follow Motor Expo Club Network

.............