Exhibitor Area Press Release International Visitors
How to get there All about organizer Sponsors

Update : 06 Dec 2011
  
Proton อวดโฉมรถแข่ง LRPG และ Satria Neo S2000 พร้อมรถต้นแบบ Proton Kasturi ในงาน Motor Expo 2011 บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย นำเสนอยานยนต์รูปแบบใหม่อีกครั้ง กับรถแข่ง Lotus Renault GP (LRPG) เป็นรถที่ผลิตขึ้นมาจากความร่วมมือของทีม Lotus Renault และ Proton โดยที่ Proton เป็นผู้สนับสนุนหลักทีม Lotus Renault ในการแข่งขัน Formula 1 เพื่อเป็นการแสดงถึงสมรรถนะของรถยนต์ Proton ซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องของสมรรถนะ โดยเฉพาะช่วงล่างที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีรถยนต์ Lotus ประเทศอังกฤษ และอีกหนึ่งความประทับใจของ Proton คือ Proton Kasturi รถยนต์แนวคิดใหม่ ของ Proton Saga รูปลักษณ์ทันสมัย เน้นความเป็นสปอร์ต ด้วยชุด Body Kit รอบคัน ใช้โทนสีขาวดำ เพื่อเน้นความคมชัดของตัวรถ ติดตั้งล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/40 R17 การตกแต่งห้องโดยสารภายในเน้นความหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ ควบคู่กับระบบเครื่องเสียงชั้นดี สะดวกสบายด้วยระบบหน้าจอ LCD แบบสัมผัส พร้อมระบบนำทาง Navigator

นอกจากนี้ Proton ยังเอาใจวงการ Motor Sport ด้วยการอวดโฉมครั้งแรกในไทยของ Proton Satria Neo S2000 รถแข่งแรลลี่ที่มีชื่อเสียงของ Proton กับตำแหน่งชนะเลิศล่าสุดในรายการ Asia-Pacific Rally ที่สนามประเทศจีน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

Proton Satria Neo S2000 ได้ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยกับการออกแบบทางวิศวกรรมที่แสดงถึงสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานข้อบังคับของ FIA S2000

ความสวยหรูของ S2000 มาพร้อมกับขุมพลังขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร, 278 แรงม้าที่ความเร็ว 7600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 200 ปอนด์ฟุตที่ 7000 รอบต่อนาที

นวัตกรรมเทคโนโลยีของระบบทางเดินน้ำมันและระบบวงจรไฟฟ้าที่นำมาควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลาง (state-of-the-art Multiplexed wiring system) ทำให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้นแต่ระบบการทำงานยังคงประสิทธิภาพเหมือนเดิม

S2000 สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการออกแบบรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย และช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์มีประสทิธิภาพและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีรถยนต์ Proton อีกหลายรุ่น เริ่มต้นที่ Proton Exora สุดยอดรถอเนกประสงค์ MPV 7 ที่นั่ง Proton Persona ซีดานทางเลือกใหม่ที่รองรับเชื้อเพลิง 2 ระบบทั้งเบนซินและ CNG Proton Saga ซีดานแห่งความคุ้มค่า และ Proton Savvy ยานยนต์ขับสนุกยอดนิยม

เพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นกับรถยนต์ Proton ทุกคันด้วยการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ด้วยบริการ “Proton 24 Hour I Care” บริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Roadsite Assistance) บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Assist) บริการเลขานุการส่วนตัว (Concierge Service) และทุกรุ่นยังมีข้อเสนอพิเศษภายในงานอีกด้วย

เริ่มที่ Proton Exora (ยกเว้นรุ่น SE) ดาวน์เพียง 5% ผ่อนนาน 84 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1

Proton Exora

ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ

Proton Exora มีความเหมือนกับโปรตอน Gen 2 และ Neo คือ ใช้การทดลองและทดสอบกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลัง 1.6 ลิตรเหมือนกัน แต่ Exora มีการเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) สำหรับในส่วนของเครื่องยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสองแบบ คือ เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS or Cam Profile Switching) และเทคโนโลยีท่อไอดีแปรผัน (Variable Intake Manifold technology) ทำให้กำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สามารถดำรงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงไว้ได้ เทคโนโลยีการรวมเครื่องยนต์ทั้งสองอย่างที่แตกต่างกันมาอยู่ในชุดเดียวกันนี้ ทำให้ Exora มีความโดดเด่นที่ได้จากการรวมเทคโนโลยีทั้งสอง กล่าวคือ สามารถใช้ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดยาว ช่วยทดแทนแรงบิดที่ลดลงอันเกิดจากเพลาลูกเบี้ยวยกตัวสูงขึ้น ในขณะที่ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดสั้น ช่วยให้เครื่องยนต์มีพลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

Proton Exora ได้รับการออกแบบสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว มีการปรับการขับขี่ที่ช่วยให้ผู้ขับมั่นใจและมีความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลบนท้องถนน ในแง่ของความปลอดภัย ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารที่นั่งส่วนหน้าจะสัมผัสถึงมาตรฐานความปลอดภัยของ Exora จากการมีถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้าพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pre-tensioner seat-belts) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นมีเดียมไลน์ (Medium Line) และรุ่นไฮไลน์( High Line) ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ ระบบเบรกทั้ง ABS (Anti-lock Braking System) และ EBD (Electronic Brake-force Distribution) ที่ช่วยให้รถยนต์ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงสามารถหยุดได้อย่างรวดเร็วด้วยความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือ ห้องโดยสารมีความแข็งแรงและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโครงสร้างป้องกันการชน ซึ่งช่วยให้รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของ ยูโร เอ็นแคป (Euro-Ncap) ระดับ 4 ดาว สำหรับความโดดเด่นของเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ได้แก่ การใช้ส่วนประกอบเหล็กกล้าที่เป็นการผสมผสานระหว่างไฮโดรฟอร์ม (Hydro-formed) และ โครงสร้างเสริมแบบพิเศษด้านหน้า ที่มีความแข็งแกร่งสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Exora เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา แต่เพียบพร้อมด้วยความแข็งแกร่งและปลอดภัย

สำหรับห้องโดยสารภายใน มีการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย ปรับปรุงทั้งในด้านการกันเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งระบบเก็บเสียงที่มีคุณภาพสูงนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสนทนากันด้วยระดับเสียงปกติ และสามารถรับฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ (เฉพาะรุ่น High Line) ที่ชื่นชอบได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ยังให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ระยะไกล Exora จึงได้ติดตั้งที่วางเครื่องดื่มถึง 10 จุด เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถวาง และหยิบขวดเครื่องดื่มได้สะดวกสบายมากขึ้น ในส่วนของสัมภาระ Exora มีพื้นที่กว้าง โดยออกแบบให้เก้าอี้ทั้ง 6 ที่นั่งสามารถปรับพับได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น กลไกการพับพนักที่นั่งนั้นช่วยให้การพับพนักที่นั่งแถวที่สองทำได้ง่ายขึ้น เปิดช่องกว้างให้ผู้โดยสารเข้าไปยังแถวที่นั่งที่สามได้ ประตูหลังสามารถเปิดได้กว้างถึง 85 องศา เอื้อต่อการขึ้นลงของผู้โดยสาร นอกจากนี้ Exora จัดให้มีช่องระบบปรับอากาศให้กับทุกแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความเย็นสบายทั่วถึงในวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว

จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ Exora คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ BCM หรือ the Body Control Module ซึ่งติดตั้งในรถยนต์ยุโรประดับสูง Exora เป็นรถรุ่นแรกในค่ายโปรตอนที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ BCM พร้อมตัวเลือกและอุปกรณ์ใหม่อื่นๆ มากมายเพื่อเพิ่มการใช้งานและความปลอดภัย BCM ทำหน้าที่ได้มากกว่า 20 ฟังก์ชั่น อาทิ ไฟนำทางเข้าบ้าน การตั้งโปรแกรมการล็อกประตู การควบคุมการทำงานที่ปัดน้ำฝน การทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติระหว่างการหยุดโดยฉุกเฉินจากความเร็วที่ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Proton Persona

ตอบทุกโจทย์ของยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตได้เป็นอย่างดี สู่ความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่พร้อมดึงดูดทุกสายตา เหนือระดับกับรูปลักษณ์ของสปอร์ต ซีดาน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสไตล์ใหม่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราไว้อย่างลงตัว มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยพวงมาลัยที่ตอบสนองได้รวดเร็วเท่าที่ใจต้องการ โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าแบบสปอร์ต โคมดำจรดไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ล้ออัลลอยด์ลายใหม่แบบ 9 ก้าน สะกดทุกสายตาพร้อมยางขนาด 195/60 R15 เพิ่มลูกเล่นเน้นฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ Pre-tensioner ให้ความปลอดภัยสูง ระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBD (Electronic Brakeforce Distribution) ทำหน้าที่กระจายแรงเบรกระหว่างล้อคู่หน้าและหลังได้อย่างสมดุลและแม่นยำ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาวะบนท้องถนน เพื่อให้เบรกด้านหลังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายในการเดินทาง ภายในตกแต่งด้วยหนังสีดำ (เฉพาะในรุ่น High line) แผงคอนโซลเป็นสี 2 โทน สวยสะกดทุกสายตา เรือนไมล์แบบใหม่ โดดเด่นทุกมุมมอง อ่านข้อมูลได้ง่ายในทุกสภาพแสง วิทยุ CD แบบ 1 DIN บลาวฟุ้ง (Blaupunkt) เล่นไฟล์ MP 3 ได้พร้อมทั้งช่องรับสัญญาณภายนอก AUX และ USB Port พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ที่พวงมาลัย ระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติ Auto Cruise Control เบาะนั่งด้านหลังพับได้แบบ 60 : 40 เพื่อเพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระ


Proton Persona CNG

อีกหนึ่งความคุ้มค่ากลับพลังงานทางเลือก 2 ระบบ ไปได้ไกลกว่าด้วย Proton Persona CNG ที่เพิ่มขนาดความจุถังให้สูงสุดถึง 90 ลิตรน้ำ เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน มั่นใจในความปลอดภัยด้วยถัง CNG ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 11439-2000 พร้อมวาล์วนิรภัยที่ตัวถัง CNG ปลอดภัยทุกสถานการณ์ สามารถระบายก๊าซทิ้งเมื่อความดัน หรืออุณหภูมิสูงเกินกำหนด เพื่อป้องกันถัง CNG ระเบิดและยังสามารถตัดการจ่ายก๊าซเมื่อเกิดการไหลเกินกำหนด หรือในกรณีท่อแตกหักอีกด้วย

นอกจากนี้ Proton Persona CNG ยังคงพื้นที่ห้องสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง สวยงามและปลอดภัย ด้วยชุดครอบถัง CNG ผลิตจากวัสดุกันลามไฟตามมาตรฐาน FMVSS (Federal Motor Vehicle Safety Standards) เพิ่มความมั่นใจให้ทุกเส้นทางการขับขี่ เพิ่มความสะดวกสบายเป็นพิเศษด้วยหัวเติมก๊าซ CNG ที่บริเวณเดียวกับช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

Proton Saga

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส CamPro IAFM แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 120 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที สูงกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ในส่วนของระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่พร้อมดึงดูดทุกสายตา ด้วยราคาที่คุ้มค่า การขับขี่ที่นุ่มนวล ภายนอกออกแบบให้ โฉบเฉี่ยวสวยหรู มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยช่วงล่างจากเทคโนโลยีรถ Lotus ประเทศอังกฤษ ทำให้ Proton Saga มีสมรรถนะและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม บังคับควบคุมได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยสูงสุด

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายในการเดินทาง เบาะนั่ง ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ หุ้มด้วยผ้าลายพิเศษ ไฟหน้าปัดเรืองแสงสีส้มช่วยให้มองเห็นได้ชัดในเวลากลางคืน มือปิดประตูภายในห้องโดยสารสีเงิน กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า เพลิดเพลินไปกับทุกการเดินทางด้วยอุปกรณ์ให้ความบันเทิงด้วย วิทยุ CD แบบ 1 แผ่น เล่นไฟล์ MP 3 ได้พร้อมทั้งช่องรับสัญญาณภายนอก AUX และ USB Port พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย (เฉพาะในรุ่น Medium Line) ขับเสียงผ่านลำโพงคู่หน้าหลัง ภายในตกแต่งด้วยสีเทาดำ เพิ่มความสปอร์ตและภูมิฐาน และนอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้า สัญญาณเตือนในกรณีลืมคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ รวมถึงเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติช่วยเพิ่มความปลอดภัยหากเกิดการชนกระแทก กระจกไฟฟ้า เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ เพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้นด้วยไฟที่ห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย และสัญญาณเตือนขณะถอยหลัง

Proton Savvy

ยานยนต์ขับสนุก สไตล์คอมแพค 5 ประตู กะทัดรัด ให้ความคล่องตัวสูงสำหรับการใช้งานในเมือง มั่นใจสูงสุดด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมระบบควบคุมบังคับและระบบกันสะเทือนที่เหนือชั้นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีโดยทีมวิศวกรจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์ 5 สปีด แบบ AMT (Automated Manual Transmission) สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานระหว่างเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจและวิกฤติราคาน้ำมันในปัจจุบันนี้
###
#ข่าวประชาสัมพันธ์

Home l Concept l Highlight l News l Activities Calendar l Photo Gallery l Who's Exhibiting l Download l Contest l Souvenir