ตลาดรถยนต์ไฮบริด ยังคบเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะดีขึ้น แต่ประหยัดพลังงาน อัตราการปล่อยไอเสียต่ำ จึงเป็นเหตุผลให้มีรถยนต์ไฮบริด เข้าสู่ตลาดหลายรุ่นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในวันนี้ ผู้ใช้รถก็มีทางเลือกสำหรับรถยนต์ไฮบริด เพิ่มมาอีกหนึ่งรุ่นแล้ว
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดเอสยูวี เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัว“นิสสัน เอกซ์-ทเรล ไฮบริด" (X-TRAIL HYBRID) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch System) ตอบทุกรูปแบบของการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งเป้าจำหน่ายที่ 5,000 คัน หรือ 60 % ของยอดจำหน่าย นิสสัน เอกซ์-ทเรล ทั้งหมดของปี 2016
นิสสัน เอกซ์-ทเรล ไฮบริด เป็นเอสยูวีรุ่นแรกในกลุ่มคู่แข่งระดับเดียวกันที่แนะนำเครื่องยนต์แบบไฮบริดเป็นทางเลือก ภายใต้ชื่อ "นิสสัน เพียว ดไรฟ ไฮบริด" (Nissan Pure Drive Hybrid) จุดเด่นของระบบนี้อยู่ที่ การใช้เทคโนโลยี คลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch System) สามารถประยุกต์ใช้กับรถยนต์วางเครื่องยนต์ด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อโดยไม่ต้องมีการดัดแปลงในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมให้กับรถยนต์ นิสสัน เอกซ์-ทเรล จากรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน มาสู่เครื่องยนต์แบบไฮบริด
ภายนอก ติดตั้งไฟหน้า แอลอีดี พโรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) แบบแอลอีดี รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของ เอกซ์-ทเรล ไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้า คิ้วขอบกันชนหน้า และคิ้วขอบประตูท้ายตกแต่งด้วยโครมสีพิเศษ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวระบบ Heated Mirror ปรับและพับด้วยไฟฟ้า ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เสาอากาศแบบครีบฉลาม ให้ความรู้สึกสปอร์ท ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ติดตั้งราวหลังคาเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน บรรทุกสิ่งของ สัมภาระ พร้อมสัญลักษณ์ไฮบริดที่ด้านข้างและด้านท้าย
เอกซ์-ทเรล ไฮบริด มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้สนุกแต่ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยรอบด้าน อาทิเช่น ระบบ Advance Chassis Control ที่ประกอบด้วยระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (ARC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ATC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC) ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเสริมระบบความปลอดภัยตามแนวคิด Safety shield เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Zone Body Concept) ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (SRS) และยังเติมเต็มความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็น กุญแจอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ภายในห้องโดยสารหรูหราและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งหนังแท้ โดยเบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยังคงขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบนราบ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสิ่งของ ขณะที่ยังคงประตูท้ายเปิด/ปิดอัตโนมัติ (Auto Lift gate) ที่ได้รับความชื่นชอบจากลูกค้า ติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM) หน้าจอ แสดงผล 3 มิติ (MID) รวมถึงข้อมูลขับเคลื่อนของระบบไฮบริด
นิสสัน เอกซ์-ทเรล ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร MR20DD 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Twin C-VCT ไดเรคท์อินเจคชัน ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร และเมื่อทำงานร่วมกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวมถึง 179 แรงม้า กำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร โดยเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ ไม่ใช้สายพาน ช่วยลดแรงเสียดทาน ขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียม เพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และมอเตอร์และเทคโนโลยี คลัทช์คู่อัจฉริยะ รวมถึงเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode 7 จังหวะ ช่วยให้ เอกซ์-ทเรล ไฮบริด เป็นรถที่มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่นที่สุดในคลาสส์ โดยประหยัดกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร อย่างเดียวถึง 20 %
สำหรับเทคโนโลยี คลัทช์คู่อัจริยะ (Intelligence Dual Clutch System) ประกอบด้วย คลัทช์จำนวน 2 ตัว คลัทช์ตัวที่ 1 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ และคลัทช์ตัวที่ 2 อยู่ระหว่างมอเตอร์และเชื่อมต่อกับเกียร์แบบ XTRONIC CVT โดยมีรูปแบบการทำงานดังนี้
2.0S 2WD HEV
2.0E 2WD HEV
2.0V 4WD HEV
พบกับ นิสสัน เอกซ์-ทเรล ไฮบริด พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32” ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2558 นี้ !!
Follow Motor Expo Club Network