Toyota ประกาศทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เดือนพฤษภาคม ยอดขายเติบโตเพิ่ม 10.60 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แนวโน้มเดือนมิถุนายน คาดว่าจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ตามดัชนี และราคาน้ำมัน
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2569 โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) มีปริมาณการขาย 40,907 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา 15.04 % ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 11,171 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 0.21 % รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72 % จากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และรถ PPV มีปริมาณการขาย 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10 % จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ส่วนแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงกลับมาอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม หากแต่ผู้บริโภคยังคงกังวลกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคประชาชนอาจจะระมัดระวังการใช้จ่าย และชะลอการตัดสินใจซื้อ
สำหรับ Toyota ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39 % ตลาดรวมในกลุ่ม Pure Pick up จะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ Toyota Hilux สามารถคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายเฉลี่ย 6,300 คัน/เดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กลุ่ม Eco Segment มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย Yaris Ativ รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของ Toyota ทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คัน/เดือน ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง (PC) และรถยนต์ SUV มีทิศทางฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Yaris Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 2,900 คัน/เดือน และ Corolla Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 1,400 คัน/เดือน
ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด และรักษาแรงขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นใน Toyota ทำให้สามารถรักษาสถานะผู้นำในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างมั่นคง”
ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น
1. ยอดขายตลาดรถยนต์สะสม 5 เดือนแรก มียอดขาย 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
- รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 197,935 คัน เพิ่มขึ้น 21.62 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะ ยอดขาย 59,265 คัน ลดลง 5.13 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 695 คัน เพิ่มขึ้น 168.34 % จากปีที่ผ่านมา
- รถ PPV ยอดขาย 17,910 คัน เพิ่มขึ้น 16.56 % จากปีที่ผ่านมา
2. ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2569 ยอดขายตลาดรวม 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
- รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 40,907 คัน เพิ่มขึ้น 15.04 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะ ยอดขาย 11,171 คัน เพิ่มขึ้น 0.21 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72 % จากปีที่ผ่านมา
- รถ PPV ยอดขาย 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10 % จากปีที่ผ่านมา
3. Toyota มียอดขายสะสม 5 เดือนแรก 99,130 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39 % เติบโต 4.59 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick up (Hilux Travo, Revo และ Champ)
- มียอดขาย 31,521 คัน เติบโต 7.60 % จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris Ativ)
- มียอดขาย 29,918 คัน เติบโต 26.13 % จากปีที่ผ่านมา
4. Toyota ในเดือนพฤษภาคม มียอดขาย 19,950 คัน เพิ่มขึ้น 3.90 % จากปีที่ผ่านมา นำโดยรถยนต์กลุ่ม Pure Pick up มียอดขาย 6,327 คัน เพิ่มขึ้น 13.98 % จากปีที่ผ่านมา และรถ PPV มียอดขาย 1,577 คัน เพิ่มขึ้น 21.21 % จากปีที่ผ่านมา
หมายเหตุ : ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเวบไซท์ https://fti.or.th/News/details?id=1415 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries-FTI) ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2569
