แบบที่คนไทยนิยมพูดกัน เข้าใจกันในร้านติดฟิล์ม คือ
ยิ่งเลขสูง = ยิ่งเข้ม ยิ่งดำ
ยิ่งเลขต่ำ = ยิ่งใส ยิ่งอ่อน
ยกตัวอย่าง เช่น
- ฟิล์ม 80% = ดำทึบ มองจากนอกแทบไม่เห็นอะไรในรถ มองข้างนอกได้ยากตอนกลางคืน
- ฟิล์ม 60% = ค่อนข้างเข้ม ให้ความเป็นส่วนตัว เหมาะกับติดกระจกรอบคัน
- ฟิล์ม 40% = เข้มปานกลาง นิยมติดกระจกบานหน้า มองเห็นได้ชัดทั้งกลางวันและกลางคืน
- ฟิล์ม 20% = ค่อนข้างใสมาก กันแดดน้อยสุด
ค่าแสดงเปอร์เซ็นต์แสงที่ผ่านฟิล์ม ในมาตรฐานสากล "VLT" (Visible Light Transmission) คือ
ตัวเลขจะกลับขั้วกับแบบไทย ส่วนใหญ่อยู่ในใบประกันหรือ Catalog
ยิ่งเลขสูง ยิ่งใส = แสงผ่านเข้าได้มาก เน้นการมองเห็นชัดเจน
ยิ่งเลขต่ำ ยิ่งดำ = แสงผ่านเข้าได้น้อย เน้นความเป็นส่วนตัว
ยกตัวอย่าง เช่น
- ฟิล์ม 80% = ค่อนข้างใสมาก
- ฟิล์ม 60% = มืดปานกลาง เหมาะกับกระจกรอบคัน
- ฟิล์ม 40% = ฟิล์ม 40% = มืดพอดีๆ
- ฟิล์ม 20% = ฟิล์ม 20% = ดำทึบๆ มืดมาก
ตาราง 3 สูตร ติด บานหน้าและรอบคัน เลือกแบบไหนให้ตรงกับ Lifestyle
| สูตร | บานหน้า | รอบคัน | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| 40/60 | ฟิล์ม 40% (มองชัด) | ฟิล์ม 60% (ค่อนข้างเข้ม) | ชอบขับกลางคืน กลับดึก ขับทางไกล | เป็นสูตรสมดุลที่สุด ใช้งานได้ทุกเวลา |
| 60/80 | ฟิล์ม 60% (ค่อนข้างเข้ม) | ฟิล์ม 80% (ดำทึบ) | เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ไม่อยากให้คนเห็นของส่วนตัวในรถ | ขับกลางคืนในที่มืด ไฟถนนน้อย จะมองยากขึ้น |
| 60/60 | เข้ม 60% (ค่อนข้างเข้ม) | เข้ม 60% (ค่อนข้างเข้ม) | จอดรถกลางแจ้ง ขับในเมืองช่วงเช้าถึงบ่าย เน้นกันร้อนทั้งคัน | ความเข้มอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูเทคโนโลยีฟิล์มร่วมด้วยถึงจะกันร้อนได้จริงๆ |
สรุป: ถ้าไม่แน่ใจให้เริ่มจาก 40/60 ไปก่อนก็ได้ เพราะปลอดภัยที่สุดสำหรับการขับใช้งานทั่วไป ขับได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
และติดฟิล์มกี่ % ไม่ผิดกฎหมาย?
ปัจจุบันไม่มีข้อกำหนดเรื่อง "ความเข้มขั้นต่ำ" ของฟิล์มกระจกรถยนต์ส่วนบุคคล จะติดเข้ม 60% 80% ก็ไม่ผิดกฎหมายหรือผิด พ.ร.บ.รถยนต์ เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงถูกประกาศยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2543 (บางแหล่งระบุปี 2544) แล้ว
แต่ให้เลี่ยง "ฟิล์มปรอท/ฟิล์มสะท้อนแสงแบบกระจกเงา" เพราะฟิล์มประเภทนี้รบกวนสายตาผู้ใช้รถคันอื่น และผิด พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ระบุว่ารถต้องไม่ติดตั้งส่วนเพิ่มเติมที่เป็นอันตรายต่อผู้ร่วมใช้ถนน