สิ่งที่ใช้วัดคือ สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ วิธีคิดที่ใช้กันทั่วไป คือ
ตัวอย่างการคำนวณง่าย ๆ กรณีเงินเดือน 30,000 บาทค่างวดรถ 15% คือ 4,500 บาท | ค่างวดรถ 20% คือ 6,000 บาท
* ขึ้นกับเงินดาวน์ ดอกเบี้ย และจำนวนงวด
ต้นทุนจริงของการมีรถ ไม่ได้มีแค่ค่างวด
อ่านเพิ่มได้ที่ อัพเดท! ภาษีรถยนต์ใหม่ 2569
อ่านเพิ่มได้ที่ Eco Car 2026 รุ่นไหนดี
ถ้าชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานได้ และขับวันละไม่เกิน 100–150 กม. รถไฟฟ้าน่าสนใจถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยหรือไม่มีที่ชาร์จ ไฮบริดหรือรถน้ำมันจะสะดวกกว่า
อ่านเพิ่มได้ที่ 3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดูสเปกรถไฟฟ้า
ยิ่งดาวน์มาก ยอดจัดยิ่งน้อย ค่างวดและดอกเบี้ยรวมก็ยิ่งต่ำ สำหรับรถคันแรก แนะนำดาวน์ 15–25%
ยอดจัด = ราคารถ − เงินดาวน์ ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี ค่างวดต่อเดือน = (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด
ตัวอย่าง (รถราคา 700,000 บาท ดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 2.5% ผ่อน 60 งวด)ยอดจัด = 700,000 − 140,000 = 560,000 บาทดอกเบี้ยรวม = 560,000 × 2.5% × 5 ปี = 70,000 บาทค่างวด = 630,000 ÷ 60 = 10,500 บาท/เดือน(ถ้ารวม VAT 7% จะอยู่ที่ประมาณ 11,235 บาท)
* ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate 2.5% ไม่ได้แปลว่าต้นทุนจริงอยู่ที่ 2.5% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) จะสูงกว่าเกือบ 2 เท่า เพราะคิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มตลอดสัญญา ขอให้ไฟแนนซ์แจ้งตัวเลขนี้ก่อนเซ็นทุกครั้ง
** อัตราดอกเบี้ยจริงขึ้นกับยี่ห้อ แคมเปญ ยอดดาวน์ และเครดิตของผู้กู้ ควรขอใบเสนอราคาจากหลายไฟแนนซ์แล้วเทียบกัน
ลองคำนวณด้วยตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณค่างวดรถ
คุ้มมาก ข้อดีคือได้ดูรถจริงหลายแบรนด์ นั่งจริง เทียบราคาและแคมเปญได้ทันที และหลายแบรนด์ออกโปรเฉพาะในงาน Motor Expo
วันที่ 2–13 ธันวาคม 2569วันธรรมดา เวลา 12.00–22.00 น.วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00–22.00 น.ณ IMPACT Challenger 1–3
Follow Motor Expo Club Network