ใบขับขี่หมดอายุ แต่ดันเกิดอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ และประกันรถมอเตอร์ไซค์จะจ่ายให้ไหมนะ

​​

 

ใบขับขี่ หรือใบอนุญาตขับขี่ คือ ใบที่ยืนยันว่าคุณเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในการขับขี่ และได้รับการอนุญาตให้ขับขี่รถตามกฎหมายประเภทต่างๆ อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง เป็นต้น 

“ซึ่งหากคุณไม่มีใบขับขี่ หรือใบอนุญาตขับขี่ แล้วไปกระทำการขับขี่จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษทางแพ่ง รวมถึงจะเสียสิทธิ์จากการได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถอีกด้วย”

แต่สำหรับใครที่มีใบขับขี่ หรือใบอนุญาตขับขี่แล้วแต่ใกล้หมดอายุ แล้วยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป ไม่รู้จะต่อใบขับขี่อย่างไร หรือควรต่อเมื่อใด วันนี้ rabbit finance มาไขข้อสงสัยให้แล้วค่ะ

 


Photo by thairath.co.th

 

ใบขับขี่หมดอายุ จะต้องต่ออายุเมื่อไหร่ และอย่างไร ?

​ใบขับขี่ที่ทางกรมการขนส่งทางบกออกให้ จะมีวันหมดอายุระบุเอาไว้ ซึ่งผู้ถือบัตรจำเป็นต้องต่ออายุ เพราะหากไม่ต่ออายุ ถือว่าผิดกฎหมายจราจรค่ะ แต่เอ… แล้วเราต้องต่ออายุใบขับขี่เมื่อไหร่กันล่ะ 

ระยะแรก

ผู้ขับขี่สามารถต่ออายุใบขับขี่ก่อนหมดอายุได้ล่วงหน้า 3 เดือน หรือภายใน 1 ปี หลังจากหมดอายุไปแล้ว

ระยะที่สอง

หากใบขับขี่หมดอายุไปแล้วเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่จะต้องสอบข้อเขียนใหม่อีกครั้ง โดยข้อสอบแบบเขียนมีอยู่ 50 ข้อ ผู้สอบจะต้องตอบให้ถูก 45 ข้อจาก 50 ข้อ ถึงจะผ่าน

ระยะที่สาม

กรณีที่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่ต้องสอบข้อเขียน และสอบภาคปฏิบัติใหม่ ดังนี้

1. จอดรถให้ตรงจุด 
2. ถอยรถเข้าซอง (หักพวงมาลัยได้ไม่เกิน 7 ครั้ง) 
3. จอดเทียบขนานทางเท้า

อย่างไรก็ตาม ทางที่ดี คุณควรไปต่อใบขับขี่ให้ตรงเวลาจะดีกว่านะคะ ทั้งนี้ ก็เพื่อความสะดวกสบาย และง่ายต่อชีวิตคุณเองทั้งนั้น เพราะคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการสอบข้อเขียน และภาคปฏิบัติใหม่ยังไงล่ะ

 

ใบขับขี่หมดอายุ แต่ดันเกิดอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ และประกันรถมอเตอร์ไซค์จะจ่ายให้ไหมนะ ?

อย่างที่ทราบกันดีว่า หากผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ นำรถไปเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันมีสิทธิ์ไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ แต่ในกรณีใบขับขี่หมดอายุล่ะ แบบนี้ประกันจะจ่ายหรือเปล่านะ

คำตอบ ก็คือ สบายใจหายห่วงได้ค่ะ เพราะการที่คุณเคยได้รับใบขับขี่มาแล้ว นั่นแสดงว่าคุณมีความรู้ ความสามารถในการขับขี่แล้ว ดังนั้น หากประสบอุบัติเหตุในขณะที่ใบขับขี่หมดอายุ บริษัทประกันก็ยังคงรับผิดชอบทั้งคุณ และคู่กรณีเช่นเดิม

ทั้งนี้ หากคุณมีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เป็นของตัวเอง คุณก็ควรทำประกันภัยรถยนต์ และประกันรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้ เพื่อที่วันใดวันหนึ่งดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมา อย่างน้อยๆ ประกันทั้ง 2 ตัวนี้ก็จะคอยช่วยซัพพอร์ตคุณได้ยังไงล่ะคะ


ภาพที่เกี่ยวข้อง


Share:

Related