Royal Enfield Meteor 350 พร้อมจองในงาน Motor Expo 2020

Royal Enfield (รอยัล เอนฟีลด์) ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก (250–750 ซีซี) จัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานทุกรุ่นของ Royal Enfield รวมทั้ง Royal Enfield Meteor 350 (รอยัล เอนฟีลด์ เมทีออร์ 350) รถมอเตอร์ไซค์สไตล์อีซี-ครุยเซอร์ใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง และสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองก็สามารถขี่ Meteor 350 ออกเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลได้ และพบกับข้อเสนอมากมายสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่น ณ บูธ Royal Enfield B15 Impact ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 งาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37" หรือ Motor Expo 2020

2 Vimal Sumbly_resized

วิมัล ซัมบลีย์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค Royal Enfield กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield 350 ซีซี เป็นครั้งแรกในตลาดประเทศไทย มอเตอร์ไซค์ของ Royal Enfield ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ไทยเป็นประเทศที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และยังนับว่าเป็นบ้านหลังที่ 3 รองจากสหราชอาณาจักรและอินเดีย Royal Enfield Meteor 350 เป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดที่พัฒนามาจากความสำเร็จครั้งใหญ่ในรุ่น Twins 650 (ทวินส์ 650) ที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อน Meteor 350 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริษัทฯ ที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการขับขี่เพื่อการพักผ่อนของกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง เพื่อตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทย ในวันนี้ เราขยายสโตร์ในประเทศไทยแล้วทั้งหมด 30 แห่ง ได้แก่ Royal Enfield Exclusive Store 15 แห่ง และศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองอีก 15 แห่ง และเรายังเตรียมการที่จะขยายสโตร์เป็นทั้งหมด 36 แห่ง ภายในเดือนมีนาคมปี 2564 ให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้าถึงเราได้อย่างง่ายดายและสะดวกมากขึ้น”

“การเปิดตัว Meteor รุ่นใหม่ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแนะนำรถมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดจากทางบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญในพันธกิจของเราที่จะสร้างแรงบันดาลใจในแนวคิด “การขับขี่ที่แท้จริง” ในกลุ่มนักขับขี่ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์ความสำเร็จของ Royal Enfield ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางเพื่อการพักผ่อน และได้ก้าวไปอีกขั้นในเรื่องของการพัฒนาสมรรถนะและคุณภาพ สืบเนื่องจากการเปิดตัวรถ Twin 650 เมื่อ 2 ปีที่แล้วเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดเรื่องราวบทใหม่ของ Royal Enfield ที่เริ่มหน้าแรกในปี 2444”

3 Kamolchart Pravitra_resized

มล. กมลชาติ ประวิตร ผู้อำนวยการ Royal Enfield ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ไม่ใช่เพียงแค่ Meteor 350 ที่จัดแสดงในงานนี้เท่านั้น เรายังนำรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานทุกรุ่นของ Royal Enfield มาให้ทุกท่านได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็น Interceptor 650 (รอยัล เอนฟีลด์ อินเตอร์เซพเตอร์ 650), Continental GT 650 (คอนทิเนนทัล จีที 650)
รถทวินส์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Royal Enfield รวมทั้ง รถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง Bullet 500 (บุลเลท 500) ที่ยังเดินสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน Classic 500 (คลาสสิค 500) ที่มีถังน้ำมันที่มาพร้อมกราฟฟิคยุคหลังสงครามอันเป็นเอกลักษณ์ Himalayan (หิมาลายัน) รถพันธุ์แกร่งที่ไปได้ทั้งออนโรด และออฟโรด และ Bullet  Trials 500 (บุลเลท ทไรอัลส์ 500) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ตำนานรถมอเตอร์ไซค์ Bullet  Trials สุดทรหดของ Royal Enfield รวมทั้งเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกแบบมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความคลาสสิคของแบรนด์และผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี”

รถมอเตอร์ไซค์ของ Royal Enfield ที่จัดแสดงในงาน Motor Expo 2020 ได้แก่

 image017 image016 image015

  • Meteor 350 – รถสไตล์อีซี ครุยเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งคัน คือ ความสมบูรณ์แบบ ที่ได้มีการนำหลักการทางสรีรวิทยามาช่วยในการออกแบบให้ขับขี่ได้ง่ายและสบาย ขับขี่ได้สนุก ทั้งบนถนนไฮเวย์ระยะไกลและการขับขี่ในเมือง ตัวรถมีความมั่นคง มือจับคันเร่งที่บิดง่ายและระบบเบรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะทำให้คุณได้รับประสบการณ์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน Meteor ยังมาพร้อม Royal Enfield Tripper (รอยัล เอนฟีลด์ ทริพเพอร์) ซึ่งเป็นหน้าจอนำทางแบบ turn-by-turn ที่ใช้งานได้สะดวก ผ่านการผนวกเข้ากับระบบ Google Maps ที่จะช่วยให้นักขับขี่ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องบนท้องถนนผ่านการแจ้งข้อมูลที่จำเป็น ขณะที่การแสดงผลจะไม่สร้างการรบกวนขณะเดินทาง Meteor 350 เป็นรถที่มีสมรรถนะรอบด้าน ได้รับการพัฒนามาอย่างเหนือชั้น มีให้เลือก 7 สี จาก 3 รุ่น ได้แก่ Fireball (ไฟร์บอลล์) ราคา 150,000 บาท, Stellar สเตลลาร์ ราคา 155,000 บาท และ Supernova (ซูเพอร์โนวา) ราคา 159,500 บาท

 image018

  • Bullet Trials 500 – Bullet Trials 500 มีจำนวนการผลิตจำกัด สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ตำนานรถมอเตอร์ไซค์ Bullet Trials สุดทรหดของ Royal Enfield ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าของการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยการออกแบบที่สามารถต่อยอดได้และยังคว้าแชมพ์การแข่งขัน Trials หลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 ตอกย้ำศักยภาพและความแข็งแกร่งของตำนานรถ Bullet

image019

  • Royal Enfield Interceptor 650 – รถโรดสเตอร์สไตล์โมเดิร์น คลาสสิคที่เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดดีไซจ์นแบบรถจักรยานยนต์สูบคู่ของ Royal Enfield ในยุค 1960 ด้วยถังน้ำมันรูปทรงหยดน้ำ พร้อมพื้นที่พักเข่าบริเวณตัวถังแบบดั้งเดิม สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคู่ ตัดเย็บบุนวมและแฮนด์จับกว้างชวนให้นึกถึงสไตล์สตรีทสแครมเบิลอันโด่งดังแห่งยุค 1960 ในแคลิฟอร์เนีย ตำแหน่งท่านั่งที่สะดวกสบายและควบคุมง่ายทำให้ Interceptor มอบทั้งความสนุกและการใช้งานได้ในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนเรียบชายฝั่งที่เต็มไปด้วยทางโค้งไปจนถึงเส้นทางในเมือง และการโลดแล่นออกนอกเมืองไปถึงการขับขี่รับสายลมริมชายหาด

 

image020

  • Royal Enfield Continental GT 650  – รถคาเฟเรเซอร์ขนานแท้ที่มอบความสนุกในการขับขี่ Continental GT 650 ดึงดูดผู้ขับขี่แนวสปอร์ทมากเป็นพิเศษด้วยตัวเลือกอุปกรณ์อย่างเบาะที่นั่งเดี่ยว ถังน้ำมันที่เว้ารับเข่า ชุดพักเท้าหลัง และแฮนด์จับแบบคลิพออนที่มีการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (ergonomic) เพื่อมอบความสะดวกสบายเมื่อต้องใช้งานในเมือง บนถนนทางไกล หรือบนถนนสายรองที่คดเคี้ยวซึ่งผู้ขับขี่จะได้สัมผัสความสนุกจากรถจักรยานยนต์ได้อย่างแท้จริง

image021

  • Classic 500 พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 189,800 บาท – Royal Enfield นำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ที่ผสมผสานสไตล์แบบคลาสสิคเข้ากับชิ้นส่วนที่ทันสมัยซึ่งทำให้รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เป็นที่ปรารถนาอย่างแรงกล้า ซึ่งผสานพละกำลัง ความประหยัดน้ำมัน ความไว้วางใจ และความเรียบง่าย พร้อมสไตล์การออกแบบในยุคหลังสงครามที่สวยงามอย่างยิ่ง คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่โด่งดังซึ่งดึงดูดทุกสายตาให้หันมามอง และถังน้ำมันที่มาพร้อมกราฟฟิคยุคหลังสงครามที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสร้างรูปลักษณ์แบบย้อนยุคให้แก่รถรุ่นนี้

image022

  • Himalayan พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 173,200 บาท – เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความอเนกประสงค์ที่สุดของ Royal Enfield สะท้อนจุดสูงสุดของ 60 ปีแห่งประวัติศาสตร์และการออกแบบ Himalayan ปูทางสู่การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบแอดเวนเจอร์ ทัวริงอย่างแท้จริง ไม่สุดโต่ง และเข้าถึงได้มากกว่าเดิม ศักยภาพที่เหนือชั้นบนเส้นทางออฟโรดทำให้รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับการขับขี่ผ่านถนนขรุขระในเมืองไปจนถึงการฟันฝ่าไปตามเส้นทาง
    อันยากลำบากบนเทือกเขาสูงชัน
  • Bullet 500 พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 179,800 บาท – รถระดับตำนานที่เปิดตัวในปี 2475 คือ รถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเดินสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน รถจักรยานยนต์รุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบที่เป็นเลิศและเหนือกาลเวลา รักษารูปลักษณ์แบบดั้งเดิมมานานกว่า 8 ทศวรรษ แต่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดตามความก้าวหน้าของระบบวิศวกรรม Bullet ในตำนานยังรักษาการพ่นสีและเขียนลวดลายตัวถังด้วยมือแบบคลาสสิคเช่นเดิมซึ่งสะท้อนถึงความภักดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์

สำหรับ ผู้ที่จองรถรุ่น Twins (ทวินส์) ทั้ง Interceptor 650 และ Continental GT 650 รวมทั้ง Royal Enfield Meteor 350 จะได้รับประกันรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ ฟรี ! บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และรับ welcome gift ฟรี !  สัมผัสและจอง Meteor 350 ณ บูธ Royal Enfield B15 Impact ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 งาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37" หรือ Motor Expo 2020 สำหรับลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ 1800 - 012 - 720 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


ภาพที่เกี่ยวข้อง

คำค้นหา


แสดงความคิดเห็น

Follow Motor Expo Club Network